วิธีใช้งาน ติดต่อสอบถาม เงือนไขการใช้งาน Language:(Thai)ไทย  
ฝ่ายบริการลูกค้า
0-2108-5998
Family Center
กิจกรรมและบทความแม่และเด็ก
Nanny & Aupair Center
ค้นหาพี่เลี้ยงเด็ก
Payment
วิธีชำระเงินและแจ้งยืนยัน
สมาชิกเข้าระบบ/Member Login
จำรหัสไว้ลืมรหัสผ่านสมัครสมาชิกใหม่

หน้าแรก
Nanny & Aupair Center
หาพี่เลี้ยงเด็ก
Family center
บทความ-กิจกรรม
แกลอรี่แม่และเด็ก
ภาพเด็กน่ารัก-ลูกดารา
Directory สินค้าแม่และเด็ก
โปรโมชั่นและข้อมูลสินค้า-บริการ
Mom & Kid Shop
สินค้าแนะนำ สินค้ามือสอง
เว็บบอร์ด
รู้จักไทยแนนนี่คลับ
ข้อมูล,บทสัมภาษณ์สมาชิก
                         
บทความแม่และเด็ก 10 วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ฝึกลูกโดยไม่ถูกต่อต้าน : การเลี้ยงลูกเป็นบททดสอบความอดทนบทหนึ่ง  
10 วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ฝึกลูกโดยไม่ถูกต่อต้าน : การเลี้ยงลูกเป็นบททดสอบความอดทนบทหนึ่ง

10 วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ฝึกลูกโดยไม่ถูกต่อต้าน
 
การเลี้ยงลูกเป็นบททดสอบความอดทนบทหนึ่ง เมื่อลูกไม่มีวินัย ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ จะฝึกลูกอย่างไรโดยไม่ถูกต่อต้าน
 
ดร. คาริส แม็คไบรด์ นักบำบัดชีวิตครอบครัวในประเทศสหรัฐอเมริกาผู้มีประสบการณ์มากกว่า 28 ปี แนะนำว่า การทำให้ลูกรู้สึกอับอายและขายหน้าเป็นการกระทำที่ส่งผลร้ายต่ออารมณ์ของเด็ก ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก ไม่ต้องการ และหวาดกลัว
 
10 วิธีที่เราจะแนะนำต่อไปนี้จะช่วยสร้างวินัยเชิงบวกให้ลูกของคุณอย่างละมุมละม่อม โดยไม่ทำให้เขารู้สึกอับอายหรือขายหน้า และต่อต้านพ่อแม่
 
1. เข้าใจความต้องการของลูก
 
ถ้าคุณกำลังซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เจ้าตัวน้อยไม่ยอมเดินตามคุณมาแต่โดยดี คุณพยายามจะดึงมือลูกไป แต่เขากลับทิ้งตัวลงบนพื้น และร้องโวยวาย ถ้าคุณเจอลูกทำพฤติกรรมแบบนี้ล่ะก็ พยายามอย่าดุว่า หรือขู่ลูกนะคะ คุณควรคิดให้ออกว่า เพราะอะไรลูกถึงทำแบบนั้น อะไรที่คุณสามารถช่วยลูกได้ เช่น ลูกหิวหรือเปล่า หรือว่าเหนื่อย เบื่อ หรือไม่สบายตัวหรือเปล่า?
 
หากคุณหาเจอว่าที่ลูกทำตัวแบบนั้นเป็นเพราะอะไร คุณจะทำให้เขาสงบลงได้อย่างง่ายดาย โดยจัดการกับปัญหาของลูกก่อน เมื่อลูกอารมณ์ดีแล้ว คุณก็กลับมาจัดการธุระของคุณต่อไปอย่างสงบสุขแล้วค่ะ
 
2. โฟกัสที่พฤติกรรมของลูก
 
ไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องการให้ลูกของตนเตะข้าวของและส่งเสียงร้องตลอดเวลา แทนที่จะดุลูกว่า “เด็กอะไรซนจริงๆ” จะดีกว่าถ้าคุณโฟกัสไปที่พฤติกรรมและการกระทำของลูกเช่น “แม่ไม่ชอบให้ลูกโยนของเล่นลงบนพื้น แม่เข้าใจว่าลูกกำลังโกรธเพราะบล็อกที่ลูกกำลังต่ออยู่ล้มหมดเลย แต่ถ้าลูกลองอีกครั้งและฝึกบ่อยๆ อีกไม่นานลูกจะสร้างตึกสูงได้แน่นอนจ้ะ” แม็คไบรด์ กล่าวว่า ข้อความที่เราส่งไปให้ลูกนั้นจะฝังแน่นอยู่ภายในจิตใจลูกจากวัยเด็กไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น เราจึงควรเลือกคำพูดของเราอย่างชาญฉลาด
 
3. เป็นแบบอย่างที่ดี
 
หากคุณกำลังขับรถ และรู้สึกหงุดหงิดกับรถคันหน้าที่ขับช้าอย่างกับเต่า คุณระเบิดอารมณ์ด้วยการบีบแตรเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง แล้วเร่งเครื่องแซง พร้อมกับเปิดหน้าต่างตะโกนด่าคนขับรถคันนั้น คุณจะคาดหวังให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่ดีได้อย่างไร หากนิสัยไม่ดีหรือคำพูดแย่ๆ ที่ลูกเลือกมาใช้นั้น มาจากตัวคุณเอง?
 
ลูกจะเรียนรู้โดยการเลียนแบบพ่อแม่และผู้เลี้ยงดู ดังนั้น ควรระมัดระวังคำพูดและการกระทำของคุณ เพราะคุณอาจตกใจ ที่ได้เห็นลูกเลียนแบบในสิ่งที่คุณนึกไม่ถึงได้อย่างรวดเร็วเกินคาด
 
4. ไม่เปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น
 
หากคุณคิดว่าการชี้ให้ลูกเห็นว่า เด็กคนอื่นทำตัวดี และประสบความสำเร็จ จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกทำตัวดีขึ้น เปล่าเลยค่ะ การทำเช่นนั้นยิ่งทำให้ลูกรู้สึกเครียด ขาดความมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า และพยายามพาตัวเองออกจากสังคม เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับคุณในที่สาธารณะ
 
โปรดจำไว้ว่า เด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัว และมีจุดเด่นของตัวเอง ดังนั้น ควรโฟกัสที่ข้อดีของลูกดีกว่าที่จะทำให้ลูกรู้สึกแย่ด้วยการเปรียบเทียบข้อด้อยของลูกกับเด็กคนอื่นๆ
 
5. เปิดโอกาสให้ลูกพูดความรู้สึกออกมา
 
คุณควรปล่อยให้ลูกได้พูดความรู้สึกของเขา เพื่อที่คุณในฐานะพ่อแม่จะได้รับรู้ว่าลูกกำลังรู้สึกอย่างไร เช่น เมื่อลูกกำลังเล่น และผลักเด็กคนอื่น หลังจากที่คุณบอกเขาอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่นว่า คุณไม่ให้อภัยที่ลูกทำพฤติกรรมอย่างนั้น ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้อธิบาย และระบายความรู้สึกของเขาออกมา
 
เช่นเดียวกับเวลาที่คุณรู้สึกเศร้า สุข และ โกรธ ลูกก็มีอารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่ควรสอนให้ลูกตอบสนองต่อความรู้สึกเหล่านั้นด้วยวิธีที่ดีกว่าการทำร้ายคนอื่น
 
6. ไม่ควรตั้งสมญานามให้ลูก
 
แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้คิดอะไรในการตั้งสมญานามให้ลูก เช่น “ดราม่าควีน” “เด็กอ้วน” หรือ “นักกีฬา” “หัวหน้าห้อง” แต่การทำเช่นนั้นลูกจะรู้สึกกดดันที่พ่อแม่มองเขาแบบนั้น หรือตั้งความหวังว่าเขาจะต้องดี ต้องเก่งเช่นนั้นตลอดไป นอกจากนั้น ยังทำให้ลูกคนอื่นๆ รู้สึกว่า พี่น้องถูกยกย่องเป็นคนเก่ง ในขณะที่เขาไม่ใช่คนเก่งในสายตาพ่อแม่
 
เป็นเรื่องดีที่พ่อแม่จะช่วยลูกค้นหาจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวเอง แต่คุณควรให้ลูกมีอิสระในการสำรวจและพัฒนาคาร์แรกเตอร์ของเขาเอง โดยไม่จำเป็นต้องตั้งสมญานามใดๆ ให้กับลูกค่ะ
 
7. ให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดี
 
หากคุณอยากให้ลูกมีจิตใจอ่อนโยนและใส่ใจผู้อื่น คุณควรดูแลเค้าในแบบที่คุณต้องการให้เขาดูแลผู้อื่น ความรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเองของลูกสามารถสร้างได้จากการรับรู้ผ่านการกระทำคนที่มีความสำคัญต่อชีวิตของเขา เช่น พ่อแม่ คุณครู และเพื่อน ดังนั้น ลูกได้รับการเลี้ยงดูมาเช่นไร ก็จะกระทำต่อคนอื่นแบบนั้นเช่นกัน
 
8. กำหนดขอบเขตที่เหมาะสม
 
การพูดว่า “ไม่” กับลูกบ่อยเกินไปอาจทำลายความสัมพันธ์ของคุณกับลูกได้ ดังนั้นคุณควรหาวิธีในการควบคุมพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอย่างได้ผล นั่นคือ การตั้งกติการ่วมกัน เพื่อกำหนดขอบเขตที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยมองสิ่งต่างๆ ในมุมมองของลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณอยู่ข้างเขา มากกว่าที่จะรู้สึกว่าคุณคอยควบคุมเขาอยู่
 
9. สตรองเข้าไว้
 
เป็นเรื่องยากที่จะใจเย็นอยู่ได้เมื่อต้องเผชิญกับลูกตัวป่วนที่พยายามท้าทายคุณตลอดเวลา สตรองในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณกลายเป็นคุณแม่จอมเฮี้ยบ ใช้ไม้แข็งกับลูกนะคะ เพราะยิ่งบังคับ ลูกยิ่งต่อต้านไปกันใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกไม่ยอมเข้านอน และร้องโวยวาย คุณควรยืนยันกับลูกอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่นว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของเขา โดยอาจบอกกับลูกอย่างใจเย็นว่า “แม่รู้ว่าลูกยังอยากเล่นของเล่น แต่ตอนนี้ได้เวลานอนแล้ว พี่ของเล่นเขาก็ง่วงแล้วจ้ะ พรุ่งนี้ตื่นมาค่อยมาเล่นกันต่อนะจ๊ะ” ลูกอาจยังไม่ยอมในทันที แต่การใช้ไม้อ่อน ค่อยๆ ตะล่อมย่อมดีกว่าใช้ไม้แข็งทำร้ายจิตใจลูก
 
10. ดึงความมั่นใจของลูกออกมา
 
แทนที่จะทำให้ลูกรู้สึกแย่ หรืออับอายกับเรื่องที่เขายังทำได้ไม่ดี เช่น ผลการเรียนต่ำ คุณควรให้กำลังใจ ใช้คำพูดเชิงบวก กระตุ้นให้ลูกขยันขึ้น เพื่อพัฒนาตัวเอง ชี้ไปที่จุดเด่นและความสามารถของลูก พร้อมทั้งย้ำให้ลูกมั่นใจว่าเขามีความสามารถที่จะทำได้ และสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
 
 
แนะนำบทความโดย : Thainannyclub.com
ภาพจาก Internet



Tag: 10 วิธีสร้างวินัยเชิงบวก,ฝึกลูกโดยไม่ถูกต่อต้าน,ไม่มีวินัย ,ไม่เชื่อฟังพ่อแม่,Thainannyclub.com
เข้าชม : 20,792 ครั้ง
แนะนำบทความดีๆ โดย พี่เลี้ยงเด็ก www.thainannyclub.com

 

บทความแม่และเด็กแนะนำ
 


บริการของ Thainannyclub
เกี่ยวกับเรา
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับได้ที่
วิธีชำระเงิน
- ศูนย์กลางลงทะเบียนพี่เลี้ยงเด็ก
- ศูนย์กลางค้นหาพี่เลี้ยงเด็ก
- กิจกรรมและบทความแม่และเด็ก
- Directory สินค้าแม่และเด็ก
- Promotion & Mommy Shop
- เว็บบอร์ดแม่และเด็ก
- แกลอรี่แม่และเด็ก
- รู้จักไทยแนนนี่คลับ
- บทสัมภาษณ์จากสือมวลชน
  และลูกค้า
- ข้อตกลงและเงื่อนไขการบริการ
- ร่วมงานกับเรา
- ติดต่อบริษัท
 
 
- สมัครสมาชิกที่ Thainannyclub
- ลืมรหัสผ่าน
 Facebook
 Google+
  Youtube
- วิธีการชำระเงิน
- แจ้งยืนยันการชำระ
เครื่องหมายรับรอง
(3102200171190)


   

บริษัท ทีเอ็นซี เอ็ดดูแคร์ จำกัด (เลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557061354)
130/5 ซอยรุ่งเรือง ถนนรัชดาภิเษก-สุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. 10110
Tel: 0-2002-5557 , 08-7708-8666 , 08-5346-9296 Fax: 0-2002-5557 เวลาทำการ: จ-ศ 9.00-18.00 น. เสาร์ 9.00-12.30 น.
ฝ่ายบริการลูกค้า: cs@thainannyclub.comฝ่ายโฆษณา: sale@thainannyclub.com โทร.08-7708-8666