วิธีใช้งาน ติดต่อสอบถาม เงือนไขการใช้งาน Language:(Thai)ไทย  
ฝ่ายบริการลูกค้า
0-2108-5998
Family Center
กิจกรรมและบทความแม่และเด็ก
Nanny & Aupair Center
ค้นหาพี่เลี้ยงเด็ก
Payment
วิธีชำระเงินและแจ้งยืนยัน
สมาชิกเข้าระบบ/Member Login
จำรหัสไว้ลืมรหัสผ่านสมัครสมาชิกใหม่

หน้าแรก
Nanny & Aupair Center
หาพี่เลี้ยงเด็ก
Family center
บทความ-กิจกรรม
แกลอรี่แม่และเด็ก
ภาพเด็กน่ารัก-ลูกดารา
Directory สินค้าแม่และเด็ก
โปรโมชั่นและข้อมูลสินค้า-บริการ
Mom & Kid Shop
สินค้าแนะนำ สินค้ามือสอง
เว็บบอร์ด
รู้จักไทยแนนนี่คลับ
ข้อมูล,บทสัมภาษณ์สมาชิก
                         
บทความแม่และเด็ก ภาษาของหนูใครว่ายาก  
ภาษาของหนูใครว่ายาก

ภาษาของหนูใครว่ายาก

http://www.thainannyclub.com/fileupload/content_tem_pic/65_108health_2191.jpg

ทารกตั้งแต่แรกเกิดมีความสามารถในการฟังและจำเสียงคุณแม่ได้ตั้งแต่อายุ 2-3 ชั่วโมงแรกเลยค่ะ แต่แท้ที่จริงเขารับรู้ไดตั้งแต่อยู่ในท้องเลยค่ะ

ภาษา...เริ่มเมื่อไหร่น้าทารก

ตั้งแต่แรกเกิดมีความสามารถในการฟังและจำเสียงคุณแม่ได้ตั้งแต่อายุ 2 - 3 ชั่วโมงแรกเลยค่ะ แต่ที่จริงเขารับรู้ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยค่ะ
�� � เมื่ออายุ 4 เดือน เด็กจะเริ่มแยกเสียงสูงตํ่าได้ ระบบการได้ยินเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
�� �
เมื่ออายุ 6 เดือน เด็กจะเลือกฟังเสียงที่ตนพอใจ และสนองตอบต่อเสียงนั้นได้ในระดับหนึ่ง พร้อมส่งภาษาท่าทางประกอบตาม
�� �
อายุ 7 - 12 เดือน เด็กจะเริ่มเข้าใจความหมายของคำได้ เช่น รู้ชื่อของตัวเอง ตลอดจนคำต่าง ๆ อย่างคำว่า "มาม้า","ปาป๊า","ไม่","หม่ำ" ฯลฯ
�� �
�ในช่วง 1 - 2 ปี� เด็กเรียนรู้คำศัพท์ได้มากขึ้น จะมากมายขนาดไหนก็อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ค่ะ
�� �อายุ 18 เดือน เด็กรู้จักส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างน้อย 5 ส่วน รวมทั้งชี้รูปภาพได้ 2 - 3 รูป
�� �
อายุ 2 ปีครึ่งขึ้นไป เข้าใจคำกิริยาเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น หยิบตุ๊กตามาให้แม่, ลองถอดรองเท้าดูสิคะ ฯลฯ
�� �อายุ 4 - 5 ปี เข้าใจคำถามง่าย ๆ และตอบคำถามได้ "เจ้าหนูจำไม" จะมาก็วันนี้แหล่ะค่ะ คุยทั้งวัน จ้อไม่หยุดเลย

การแสดงออกทางภาษา

การรับรู้ทางภาษาและการแสดงออกทางภาษานั้น จะพัฒนาอย่างรวดเร็วมากในช่วง 3 ปีแรกของลูก เรียกว่า ตั้งแต่แรกเกิดเลยทีเดียว โดยในช่วงระหว่างวัยนี้ ลูกจะมีพัฒนาการด้านการรับรู้เกี่ยวกับภาษามากกว่าการแสดงออกทางภาษา พูดง่าย ๆ ได้ว่า ลูกของคุณแม่จะสามารถเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ยินได้อย่างมากมาย เพียงแต่ยังสื่อสารกลับมาได้น้อยกว่าที่เขาเข้าเข้าใจนั่นเอง

โดยเฉพาะในวัยนี้ 6 – 7 เดือน การเล่นเสียงอ้อ ๆ แอ้ ๆ จะแตกต่างจากวัยทารกอย่างเห็นได้ชัด การออกเสียงแต่ละคำแม้จะฟังไม่ชัดว่า ลูกต้องการพูดอะไร แต่ก็เป็นการออกเสียงที่ออกมาอย่างมีเป้าหมาย การออกเสียงในลักษณะนี้ เสมือนเป็นแบบฝึกหัดเพื่อเตรียมตัวสำหรับการพูดจริงต่อไปในอนาคต

�� �ผลัดกันรับส่ง : ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ มากค่ะ ที่สำคัญคือนอกจากคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นคุยกับลูกน้อยสม่ำเสมอแล้ว ต้องพยายามใช้ทั้งคำพูดและภาษากาย รวมทั้งอายคอนแทคประกอบด้วย ประมาณพี่เบิร์ดเล่นอยู่บนคอนเสิร์ตเลยค่ะ โดยมีเคล็ดลับเพิ่มว่า เมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดจบหนึ่งประโยคแล้ว จะต้องหยุดก่อนที่จะเริ่มประโยคใหม่ต่อไป คล้าย ๆ ราวกับว่าลูกเป็นคู่สนทนาที่กำลังคุยกันได้ออกรสออกชาติ
�� �ระดับเสียงที่แตกต่างกัน : การกระตุ้นด้วยการคุยกับลูกบ่อยๆ เหมือนคู่สนทนาคนหนึ่ง ก็เป็นเทคนิคหนึ่งค่ะ ที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้นมากๆ เพราะเขาจะรู้สึกว่า “การพูดคุยเนี่ย มันช่างสนุกจังเลย” อารมณ์คงคล้ายๆ เวลาเราหัดขับรถยนต์ทีแรก ขับไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น รู้สึกสนุกไปหมด แต่ทั้งนี้ การพูดคุยก็ต้องใช้ระดับเสียงที่แตกต่างกันด้วย เราอาจได้ยินลูกเลิฟที่พยายามเลียนแบบด้วยการทำเสียงอ้อแอ้ๆ ด้วยน้ำเสียงสูงๆ ต่ำๆ ซึ่งขณะนั้น ลูกอาจกำลังคิดอยู่ว่า “หนูกำลังพยายามพูดกับแม่อยู่นะ” ก็ได้ค่ะ
�� �เน้นประโยคสั้น ๆ : การแสดงสีหน้าโอเวอร์แอคติ้งจะเป็นอะไรที่เด็กสนุกสนานมากค่ะ กับท่าทางตลก แต่ดูน่ารัก สดใสเหมือนสาวเกาลหีของคุณแม่ นอกจากนี้แล้ว ลูกเลิฟของคุณจะชอบฟังประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเขาสามารถรับรู้ และคาดเดาได้ง่าย ก็จะรู้สึกสนุกกับการพูดคุยไปด้วย แต่ทั้งนี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องโอเวอร์แอคติ้งตลอด สีหน้าเป็นธรรมชาติด้วยท่าทีปกติของคุณแม่ก็ยังสามารถพูดคุยได้ค่ะ สลับๆ กันไปตามความเหมาะสม
�� �

�ศัพท์พื้นฐาน : ในแต่ละวัน คุณแม่ควรพูดคุยกับลูกได้ศัพท์พื้นฐานที่เกี่ยวโยงกับชีวิตประจำวันของเขาบ่อย ๆ เช่น
� คุณแม่อาจพูดคำว่า "อาบน้ำ" ขณะที่กำลังถอดเสื้อผ้าเขาอยู่ หรืออุ้มพาเขาไปที่กระมังอาบน้ำส่วนตัว
� อย่างเวลาหม่ำนม คุณแม่ก็อาจพูดว่า "หม่ำนม" พร้อมโชว์ขวดนมขึ้นมาให้เขาเห็นก็ได้
อย่างเวลานอน คุณแม่ก็อาจโชว์สิ่งที่ลูกชอบ อย่างตุ๊กตาตัวโปรดที่เขาชอบโดยพูดว่า "น้องหมี ได้เวลานอนแล้วจ้า" สิ่งเหล่านี้ เราสอนศัพท์ต่าง ๆ ให้ลูกด้วยการมีวัตถุเป็นตัวเชื่อมโยง ก็จะทำให้ลูกเรียนรู้ความหมายได้รวดเร็วขึ้นค่ะ ซึ่งก็อยู่ที่เทคนิคของคุณแม่แต่ละคน ซึ่งอาจไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กันดู
หนูไม่ชอบคำซ้ำๆ

มีข้อให้คุณแม่ลองพิสูจน์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว แม้ว่า ลูกจะอยู่ในวัยเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น เขาก็สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเสียงของคำที่ต่างกันได้แล้ว ซึ่งก็มีงานวิจัยค่ะ ว่าเด็กจะเริ่มเบื่อและหมดความสนใจ เมื่อได้ยินการออกเสียงพยัญชนะซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง เช่น บาบา บาบา บาบา แต่เมื่อเปลี่ยนเสียงเป็น บาพา บามา บาลา ทารกกลับชอบค่ะ เขาสามารถดูดนมได้เร็วขึ้น ซึ่งการวิจัยนี้ยังสรุปได้ว่า ลูกน้อยชอบเสียงที่มีความแตกต่างมากกว่าเสียงที่ซ้ำ ๆ กันค่ะ

ที่มา http://www.108health.com




Tag: ภาษาของหนูใครว่ายาก
เข้าชม : 3,409,940 ครั้ง
แนะนำบทความดีๆ โดย พี่เลี้ยงเด็ก www.thainannyclub.com

 

บทความแม่และเด็กแนะนำ
 


บริการ Thainannyclub
เกี่ยวกับเรา
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราได้ที่
วิธีการชำระ
- ศูนย์การลงทะเบียนพี่เลี้ยงเด็ก
- ศูนย์กลางค้นหาพี่เลี้ยงเด็ก
- กิจกรรมแม่และเด็ก
- Directory แม่และเด็ก
- Promotion & Mommy Shop
- เว็บบอร์แม่และเด็ก
- Gallery แม่และเด็ก
- รู้จักไทยแนนนี่คลับ
- บทสัมภาษณ์จากสื่อมวลชน และลูกค้า
- ข้อตกลง และเงื่อนไขบริการ
- ร่วมงานกับเรา
- ติดต่อเราไทยแนนนี่
 
 
- สมัครสมาชิกที่ Thainannyclub
- ลืมรหัสผ่าน
 Facebook
 Google+
  Youtube
- วิธีการชำระเงิน
- แจ้งการชำระเงิน
เครื่องหมายรับรอง
(3102200171190)


   

บริษัท ทีเอ็นซี เอ็ดดูแคร์ จำกัด(เลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557061354)
130/5 ซอยรุ่งเรือง ถนนรัชดาภิเษก-สุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตหัวยขวาง กรุงเทพฯ 10310
Tel: 0-2002-5557 , 09-1818-2465 Fax: 0-2002-5557 เวลาทำการ: 9.00-18.00 ส.อา 9.00-12.30 น.
ฝ่ายบริการลูกค้า: cs@thainannyclub.comฝ่ายโฆษณา: sale@thainannyclub.com โทร.08-7708-8666